วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2556

หาเงินใน internet ทำอย่างไร

ภาพจาก www.iankree.com
              สวัสดีครับพี่น้องชาว fmbusinesszone.blogspot.com  สำหรับบทความในวันนี้ขอนำเสนอบทความเรื่อง"หาเงินใน internet ทำได้อย่างไร" ซึ่งจะมาเปิดเผยแง่มุมเล็กๆของมนุษย์อินเทอร์เนตคนหนึ่งนะครับ

ใน Internet หาเงินได้จริงหรือ ?

           คำถามยอดฮิตสำหรับใครหลายๆคนที่เริ่มรู้จักกับ Internet หรือเริ่มที่จะเข้าวงการ ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 7 ปีก่อนหน้านี้หากใครที่ถามคำถามลักษณะนี้ ความตอบเดี่ยวที่คนจะตอบก็คือ "ไม่จริง" แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป Internet เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว การหาเงินใน internet จึงไม่ใช่แค่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป

เราจะหาเงินจาก Internet ทำอย่างไร

           เมื่อเราทราบเเล้วว่าในโลก Internet นั้นเราสามารถทำเงินกับมันได้จริงๆ คราวนี้เราจะมาดูกันว่าเราจะหาเงินจาก Internet ได้อย่างไร เนื่องด้วยชีวิตผมก็ต่างทดลอง ลองผิด ลองถูกมาอย่างสนุกสนานบนโลก Internet ดังนั้นจะขอกล่าวสรุป เพื่อความเข้าใจคุณผู้อ่านดังนี้นะครับ

           ผมจะแบ่งเป็น 3 ส่วนของนักหาเงินใน internet คือ ไม่มีทุน,ทุนน้อย,ทุนปานกลาง

นักล่าเงินไร้ซึ่งทุน

           ไม่ต้องเขินอายไปหรอกครับ ใหม่ๆแล้วคนที่เข้าวงการนี้ก็มักจะเริ่มต้นจากตรงนี้กันทั้งนั้นแหละครับ นักล่าเงินไร้ซึ่งทุน หากจะมองให้เห็นภาพชัดเจนก็คือ นักเรียน,นักศึกษา,นักศึกษาจบใหม่,คนตกงาน เป็นต้น คนเหล่านี้ต่างเป็นบุคคลที่ไม่มีทุนทั้งสิ้น แต่ แต่ แต่ แต่ คนเรามันไม่ได้โชคร้ายขนาดนั้นหรอกครับ สิ่งที่เขายังเหลือก็คือ "เวลา" คนเหล่านี้ต่างมีเวลาเหลือเฟือที่จะมาใช้ในวงการนี้

งานที่นักล่าเงินไร้ซึ่งทุนจะทำได้ มีดังต่อไปนี้

1.หาเงินใน thaiseoboad
2.หาเงินใน 100order.com
3.สร้าง fanpage ให้คนกดไลค์เกิน 100,000 คน
4.เปิด blog เขียนบทความ

         สำหรับ 1 ใน 3 งานนี้ที่ thaiseobard ดูจะเป็นที่ที่ดีและทรงพลังที่สุด เพราะที่แห่งนี้จะมีเหล่ายอดขุนพลแห่ง IM สิงสถิตย์อยู่ นอกจากที่นี้จะมีงานให้แล้ว ยังเป็นแหล่งขุมทรัพย์ความรู้ชั้นเลิศให้กับมือใหม่นะครับ งานที่มีใน thaiseobard ในห้อง อยากซื้อ-ประกาศหาลูกจ้าง  จะมีงานต่างๆมากมายอาทิเช่น  งานแปลภาษาอังกฤษ,งานเขียนบทความ,งานกราฟฟิคดีไซน์ เป็นต้น สำหรับใครที่พอจะมีความสามารถก็ลองเข้าไปหาดูนะครับ

ภาพจาก  webaineer.com

นักล่าเงินต้นทุนต่ำ 

         สำหรับใครที่อาจจะมีเงินเก็บอยู่บ้าง หนทางทำเงินที่น่าสนใจคือ การหาความรู้ด้านการทำเว็บไซต์ เขียนบทความที่เราชอบ หรือเรื่องที่น่าสนใจ ให้คนเข้ามาอ่าน จากนั้นก็อาจจะสมัครโฆษณา เช่น Adsense,Yengo,bumzq,adyim,nuffnang ตามแต่ที่ต้องการเลยครับ สำหรับงานแบบนี้ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนเข้าเว็บของเราเเล้ว เราสามารถที่จะต่อยอดไปได้ทั่วสารทิศครับ

นักล่าเงินชนชั้นกลาง

          มาถึง"นักล่าเงินขั้นสุดท้าย" ตามประสบการณ์ผมนะครับ ห้าๆๆๆ ที่กล่าวแบบนี้เพราะว่า ผมเองคงไม่ได้มีต้นทุนสูงแต่อย่างไร มาไกลสุดก็เพียงเท่านี้ สำหรับนักล่าเงินชนชั้นกลาง จะมีงบประมาณในการลุงทุนในระยะยาว เช่น หากท่านจะทำเว็บไซต์ ก็อาจจะไม่ต้องไปเสียเวลาไปนั่งเขียนบทความเอง เอาเงินที่มีไปจ้างคนเขียนบทคามลงเว็บ ก็เป็นหนึ่งหนทางที่น่าสนใจ หรือเราอาจจะไปลงทุนในทางอื่น ไม่ว่าจะเป็น ซื้อเว็บไซต์ต่างประเทศ ที่เขาประกาศขายตามเว็บไซต์

           
กล่าวโดยสรุป หาเงินจากอินเทอร์เนตในยุคปัจจุบันนี้สามารถหาได้จริงไม่อิงนิยายอีกต่อไป แต่คุณสมบัติที่จำเป็นต้องมีของนักล่าเงินก็คือ "เวลา" "ความอดทน" "ความจริงใจ" "ความสม่ำเสมอ" ซึ่งจะเป็นหนทางนำไปสู่ความยิ่งใหญ่ในยุทธจักรนี้


              สุดท้ายนี้ โลกนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาล หนทางทำเงินนอกจากนี้ยังมีอีกมากมาย อย่างไรเเล้วก็ลองค้นหาความรู้กันต่อไปนะครับ

ชายผู้สร้างชีวิตให้ Haier

 

                บทความชุดนี้เป็นบทความที่ส่งผ่านความคิดและความรู้จากหนังสือ “สุดยอดปรัชญาชีวิต” ของ goodluck publishing หนังสือเล่มเล็ก เพียง 138 หน้า แต่ความรู้ไม่เล็กเลยทีเดียว หากได้ลองอ่านเเล้วจะได้ทั้งความคิดของผู้บริหารระดับโลกรวมถึงมีแรงพลักดันที่ให้ ความรู้สึกว่า”คนธรรมดาอย่างเราก็ไปถึงจุดนั้นได้”  และในวันนี้เองเพื่อเป็นการแบ่งปันความคิดดีๆ จากหนังสือเล่มนั้น ผมจึงได้นำเสนอบทความนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นหนทางแก่บล๊อกเกอร์ทุกคน แม้จะไมม่ตรงกับธุรกิจของเราโดยตรงแต่อ่านไว้ก็ไม่เสียหาย

 

hair1

               ย้อนอดีตไปในปี 1894 จาง รุ่ย หมิน ได้เข้ารับตำแหน่งผู้บริหาของบริษัท”Haier” บริษัทอิเล็กทรอนิคของประเทศจีน ซึ่ง  ณ  ขณะนั้น ตามหนังสือกล่าวว่า เป็นตำแหน่งที่ไม่มีใครต้องการ เพราะบริษัท ถูกประเมินว่า เป็นบริษัทที่มีคุณภาพต่ำ พนักงานขาดระเบียบวินัย  สินค้าไม่มีคุณภาพ บริษัทใกล้ล้มละลาย

แต่ทว่า ตำนานกำลังเริ่มต้นต่อจากนี้

จาง รุ่ย หมิน ได้กล่าวให้โอวาทแก่พนักงานในวันเข้ารับต่ำแหน่งว่า “สินค้าของเขาจะไม่มีเกรด a,b,c,d จะมีเพียงคุณภาพ ที่ผ่านเกณฑ์หรือไม่ผ่านเกณฑ์เท่านั้น” เขาได้ทำลายตู้เย็น Haier ที่ไม่มีคุณภาพ 76 ตู้ในวันนั้น และกล่าวกับพนักงานที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกันว่า

“พวกเราจะต้องทำตู้เย็นไฮเอร์ที่ได้รับการดูถูกมาตลอด เป็นยี่ห้อของจีนที่มคุณภาพต่ำ ให้กลายมาเป็นสินค้าคุณภาพระดับสากลให้ได้.”

กลยุทธ์ OEC

            กลยุทธ์แรกที่เขานำมาจัดการกับพนักงานที่ทำงานไปวันๆ ก็คือ โออีซี(OEC) over-all every control and clear กล่าวคือหนักงานทุกคนมีสิทธิ์ตรวจสอบในทุกขั้นตอนการผลิต โดยมีหลักการ ซู่โฉว-ซู่เผย คือ พนักงานคนใดทำดีจะได้รับการตอบแทน พนักงานคนใดทำพลาดจะต้องชดใช้ โดยพนักงานที่ได้รับงานต่อจากคนก่อนหน้าจะต้องตรวจสอบความถูกต้องให้เรียบร้อยเสียก่อน หากมีงานเสียก่อนหน้าให้แจ้ง โดยพนักงานคนใดที่ทำพลาดในการผลิตจะต้องโดนตัดเงินเดือน 20 เปอร์เซนต์ รวมถึง หัวหน้าก็ต้องโดนหักเงินเดือน 80 เปอร์เซนต์ การยึดหลักนี้ทำให้หนักงานต่างเกิดความกระตือรือร้นในการทำงานตรวจสอบซึ่งกันและกัน จนเกิดผลผลิตที่มีคุณภาพสู่ท้องตลาด

กลยุทธ์ การยอมรับจากตลาดบน

            กลยุท์ต่อมาหลังจากพัฒนาพนักงานให้เกิดการตรวจสอบ แข่งขัน จนได้สินค้าคุณภาพดีออกมาจากโรงงานแล้วนั้น สิ่งต่อมาก็คือ การหาตลาดรองรับสินค้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย อย่างที่ทราบกันดีคือ บริษัท Haier ติดอยู่ใน Blacklist บริษัทไร้คุณภาพ  เขาจึงคิดว่าควรจะสร้างการยอมรับจากตลาดบนก่อนแล้วค่อยลงมายังตลาดล่าง โดยแผนงานที่ดำเนินไปคือ ไปลงทุนใน สหรัฐอเมริกา มีโรงงานอยู่ เซาท์แคโรไรนา งานออกแบบที่ลอสเองเจลลิส และ มีศูนย์จำหน่ายสินค้าที่นิวยอร์ค ซึ่งเหตุจากการณ์ผลิตในอเมริกานี่เอง ทำให้ได้ตราประทับเป็น Made in America ซึ่งจำหน่ายสินค้ากินผู้คนระดับพรีเมียม ซึ่งภายหลังจากการยอมรับตลาดบนเเล้ว พอคนจดจำชื่อแบรด์ได้ ตลาดล่างก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อ

กลยุทธ์ Just-in-time Purchasing

            จัดทำสินค้าให้พอดีกับการสั่งสินค้า เพื่อลดปริมาณการผลิตส่วนเกินที่จะเหลือคงคลังน้อยที่สุดให้สต๊อกเป็นศูนย์ สิ่งดีที่ได้ตามมาคือการ ไม่ต้องมีโกดังในการจัดเก็บสินค้า สิ่งที่จะทำให้กลยุทธ์แบบนี้ประสบความสำเร็จลุล่วงก็คือ การคาดคะเนการขายสินค้า,การตลาด,การผลิต,การขนส่ง และการเจรจากับคู่การค้า 

และนี่เองก็เป็น กลยุทธ์ที่น่าสนใจเพียงส่วนหนึ่งของ จาง รุ่ย หมิงกับ ไฮเออร์ ในที่สุดเมื่อวันเวลาผ่านไป คนให้การยอมรับบริษัทไฮเออร์ก็ประสบความสำเร็จอย่างที่เห็นในปัจจุบัน     หวังว่าบทความนี้จะสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับผู้อ่านทุกท่านในการสร้างสรรค์พลังใหม่ๆแก่ธุรกิจของไทยนะครับ        

วันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2556

moneyball เกมล้มยักษ์ หนังกีฬาดี


                    ในช่วงเย็นวันพุธที่ผ่านมา อากาศยามเย็นกำลังเย็นสบายสมชื่อกับช่วงเย็น สายลมอ่อนๆปะทะใบหน้าราวกับจะบอกว่าให้พักบ้างเถอะพ่อหนุ่ม หลังจากตรากตรำทำงานหนักมาในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา  ผมสูดลมหายใจยาวๆ หาหนทางความสงบจะให้ไปสวดมนต๋ ภาวนาก็คงจะไม่ใช่ จะออกไปเตะบอลเพื่อนๆกลับบ้านไปหมด จนในที่สุด ความคิดสุดท้ายก็คือ "หาหนังดูสักเรื่องดีกว่า"

                    ยอมรับเลยผมไม่ได้ไปดูในโรงหนักหรอกครับ ไม่ได้ไปเช่าแผ่นด้วย ก้อยู่ตามเว็บไซต์นี้แหละครับ ตอนแรกนั้นก็กะเอาไว้ว่าจะหาแนวรักโรแมนติก จำพวกแนว love actually หรือ My sassy girl แต่ท้ายที่สุดแล้วเมื่อไล่ดูไปมา ผมก็บังเอิญไปเจอเรื่อง Moneyball โดยบังเอิญ ผมอ่านเรื่องย่อแล้วมันช่างเข้าทีกับบล็อกของเราเสียจริง จึงไปหาตัวอย่างหนังจาก youtube ดู ก็พาลพบว่าหนังมันน่าดูเหมือนกันแฮะ 
                                           
        
                ใช้เเล้วครับผมตัดสินใจดูเรื่องนี้นี่แหละ จากภาพยนต์ moneyball เกมล้มยักษ์ เป็นเรื่องจริงของบิลลี บีน ผู้จักการทีม โอคแลนด์ แอธเลนติก ที่มีปัญหาด้านการเงิน ถูกทีมคู่แข่งซื้อตัวซุปตาร์ของทีมไปหลายตัว จนทีมอยู่ในสภาวะระส่ำระสาย หน้าที่ของผู้จัดการทีมคือ"สร้างมันขึ้นมาใหม่"

ครับผม บิลลี บีน ผู้จัดการทีม  กำลังประสบปัญหาหลายด้าน ทั้งด้านการเงิน,ผู้เล่น,โค้ช จนกระทั่งเขาไปเจอกับ..พีท...แล้วแนวคิดเกี่ยวกับเบสบอลก็เปลี่ยนไป เมื่อเขาเอาโปรแกรมเข้ามาวิเคราะห์นักกีฬาแต่ละคน
                  นอกจากเรื่องเบสบอลแล้วหนังยังเผยแผ่แง่มุมไปถึงความรู้สึกของคน ไม่ว่าจะเป็นโค้ช ผู้เล่น ผู้จัดการคนอื่นๆ

เนื้อเรื่องของ moneyball เกมส์ล้มยักษ์ ค่อนข้างดีดูแล้วไม่น่าเบื่อเลย อ่อ ผมลืมบอกไปหรือปล่าวครับนี่เป็นหนังเกี่ยวกับเบสบอลนะครับ แต่ถึงกระนั้นก็ตามเนื้อหาของหนังเน้นไปที่การคิดของผู้จัดการทีม

ดังนั้น >>> ใครก็ตามที่อยากเป็นผู้จัดการทีมที่ดี ผมแนะนำให้ไปดูเรื่องนี้ครับ


วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2556

สกู๊ป 2014 ครึ่งฤดูกาลใครเจ๋งใครพัง อันดับ 1

 

new tara

แม้ว่า เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา พรีเมียร์ลีกอังกฤษ จะมีโปรแกรมการแข่งขัน แต่ก็โชคดีสำหรับผมเหลือเกินที่ อันดับตารางไม่เปลี่ยนแปลงไม่เช่นนั้นผมคงต้องน้องเปลี่ยนรูปกันใหม่หมด

เอาละครับ ในที่สุด สกู๊ปของเรา ก็เดินทางมาถึง  อันดับที่ 1 กันเสียที  ทีมนั้นก็คือ เดอะ กันเนอส์  อาร์เซนอล

               ไอ้ปืนใหญ่อาเซนอลไร้เเชมป์ติดไม้ติดมือมาราวๆ 7 ปีเห็นจะได้ หรือว่าปีนี้เขาจะกลับมาผงาดง้ำค้ำฟ้าอีกครั้ง ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดุดัน และสนุกสนานตามสไตล์อาเซน เวงเกอร์ ทำให้ทีมทะยานขึ้นมาอยู่อันดับหนึ่งของตารางในช่วงเวลานี้ เรามาดูกันว่า ปัจจัยการเสริมทีมในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา มีส่วนช่วยหรือไม่

ขายนักเตะ

Gervinho                                7,040,000   ปอนด์

Marouane Chamakh               1,056,000   ปอนด์

Denilson                                  ฟรี

Andrey Arshavin                      ฟรี

Vito Mannone                          2,113,000    ปอนด์

ซื้อนักเตะ

Mesut Özil                               44,000,000  ปอนด์

Mathieu Flamini                      ฟรี

Emiliano Viviano                         880,000   ปอนด์

Yaya Sanogo                         ฟรี

                    Mesut Özil  และ  Mathieu Flamini   ถูกคาดการว่าจะเป็นสุดยอดการซื้อขายแห่งปี จากความคิดของผม เพราะทั้ง 2 เข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายของอาร์เซนอลอย่างลงตัว โอซิล ช่วยแนวรุก  ฟลามินี่ จัดการแนวรับ ผสานกับกองกำลังดาวรุ่งของอาร์เซนอลที่กระหายชัยชนะ จึงเป็นการลงทุนที่ค้มที่สุดในสายตาผม ณ  เวลานี้

สกู๊ป 2014 ครึ่งฤดูกาลใครเจ๋งใครพัง อันดับ 2

                    แล้วเรามาดูกันว่าจบฤดูกาลแล้ว อะไรจะเกิดขึ้น ขอบคุณครับ

ขอบคุณตารางคะแนนจาก  http://www.premierleague.com 

ข้อมูลราคานักเตะ   http://www.transfermarkt.co.uk

สกู๊ป 2014 ครึ่งฤดูกาลใครเจ๋งใครพัง อันดับ 2


tara
อันดับต่อมา อันดับที่  2  โคตรทีมแห่งกรุงลอนดอน สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี
        นับได้ว่าหลังจากการเข้ามาของ โรมัน อับราโมวิช เจ้าของสโมสร มหาเศรษฐีชาวรัสเซียเมื่อหลายปีก่อน รวมถึงช่วงเวลาของโชเซ มูริณโญ่ ทำให้ทีมสิงโตน้ำเงินคราม เป็นทีรู้จักแก่คนทั่วโลกอย่างกว้างขวาง ด้วยผลงานที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วโดยการใช้เงินกวาดต้อนซื้อผู้เล่นฝีเท้าดีจากทั่วโลกเข้ามาสร้างทีม ทำให้กลายเป็นโมเดล ให้มหาเศรษฐีทั่วโลกใช้เป็นแนวทางในการทำทีมฟุตบอล
ขายนักเตะ
Yossi Benayoun         ปล่อยตัว
Florent Malouda        ฟรี
ซื้อนักเตะ
Marco van Ginkel      8,270,000   ปอนด์
André Schürrle        19,360,000   ปอนด์
Willian                      31,240,000   ปอนด์
Samuel Eto'o            ฟรี
Christian Atsu            3,608,000   ปอนด์
          เชลซี ยังไง ก็ยังเป็น เชลซีวันยังค่ำ แม้ว่าทีม เต็มไปด้วยดารานักฟุตบอล แต่ในเมื่อโชเซ มูริญโญ่ ยังไม่พอใจเขาก็จำเป็นต้องเสิรมทัพ เงินกว่า 30 ล้านปอนด์ ถูกใช้ไปอย่างง่ายดาย อังเดร เชอร์เรย์ และ วิลเลียน ต่างถูกจับตามองว่าจะมาสร้างความหวือหวาให้กับทีมสิงห์บลู แต่จนเเล้วจนรอด ทั้งสองก็ยังงัดความเทพระดับสุดยอดออกมาไม่ได้สักที  แม่ในเวลานี้ทีมจะยังคงอยู่ในอันดับ 2 และอยู่ในเส้นทางลุ้นเชมป์ แต่จากการวิเคราะห์ของผมขอให้ความเห็นว่าการลงทุนครั้งนี้ไม่คุ้ม

 สกู๊ป 2014 ครึ่งฤดูกาลใครเจ๋งใครพัง อันดับ 3                สกู๊ป 2014 ครึ่งฤดูกาลใครเจ๋งใครพัง อันดับ 1





วันพุธที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2556

สกู๊ป 2014 ครึ่งฤดูกาลใครเจ๋งใครพัง อันดับ 3


tara
เรื่องราวมาถึง อันดับที่ 3 เรื่อใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้
           สกู๊ปพิเศษของเราร่ายยาวมาถึง อันดับของ ตารางการแข่งขันพรีเมียรืลีก และทีมนั้นก็คือ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมมหาเศรษฐีแห่งวงการฟุตบอลอังกฤษ นับได้ว่าทีมนี้พัฒนาทีมอย่างก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่องหลังจากการเทคโอเวอร์ของมหาเศรษฐี  Mansour bin Zayed Al Nahyan  ทำให้ทีมมีเงินถุงเงินถังจับจ่ายได้ไม่อั้น ผู้จัดการทีมทั่วโลกต่างอยากมีประสบการณ์แบบนี้กันทั้งนั้น เรามาดูการลงทุนของทีมแมน ซิตี้ ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมากันดีกว่าครับ
ขายนักเตะ
Carlos Tévez                   ราคา           7,920,000   ปอนด์
Scott Sinclair                   ราคา           2,240,000    ปอนด์
ซื้อนักเตะ
Fernandinho                   ราคา          35,200,000   ปอนด์
Jesús Navas                    ราคา         17,600,000   ปอนด์
Martín Demichelis            ราคา          4,400,000    ปอนด์
Stevan Jovetic                 ราคา         22,880,000   ปอนด์
Álvaro Negredo               ราคา         22,000,000    ปอนด์
                    การลงทุนร้อยกว่าล้าน เมื่อเทียบกับผลงานอันดับ 3 นั้นดูแล้วจะไร้ซึ้งความคุ้มค่ากันเลย การทำผลงานของนักเตะใหม่ยังไม่เป็นที่น่าพึงพอใจนัก จะเห็นก็มีเพียง เฟอร์นานดินโญ่ กับ เนเกรโด  สองนักเตะเท่านั้นที่ยังคงเส้นคงวารักษาความเป็นยอดนักเตะเอาไว้  ดูจากการลงทุนซื้อนักเตะในคราวนี้ จะมีเพียงนักเตะเกมรับนักก็คือ มาร์ติน เดมิเชลิส เพียงรายเดียว เมื่อดูจากการเสริมเเล้วนั้น ก็เอามาเป็นแค่เพียงอะไหล่ของทีมเท่านั้น แล้วเมื่อทีมต้องสูญเสียกำลังสำคัญในแนวรับนั่นก็คือ แวนซอง กองปานี และ นาสตาซิส ทีมก็มีจุดอ่อนขึ้นมาทันที  สรุปสั้นๆได้ว่า  ไม่คุ้มนะครับ

สกู๊ป 2014 ครึ่งฤดูกาลใครเจ๋งใครพัง อันดับ 4           สกู๊ป 2014 ครึ่งฤดูกาลใครเจ๋งใครพัง อันดับ 2







วันอังคารที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2556

สกู๊ป 2014 ครึ่งฤดูกาลใครเจ๋งใครพัง อันดับ 4


tara
มาต่อกันที่อันดับ  4   หงส์แดงลิเวอร์พูล
เรามาต่อกันที่ยอดทีมในตำนานหงส์แดง ลิเวอร์พูล ซึ่งในช่วง 5 ปีให้หลังฟอร์มแผวเบาลงอย่างน่าใจหาย แต่ทว่าในปีนี้นับได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าสนใจ เรามาดูกันว่าการลงทุนในปีนี้ของลิเวอร์พูลสร้างความต่างจากทีมคู่แข่งอย่างไร
ขายนักเตะ
Andy Carroll         ราคา    15,400,000   ปอนด์
Jonjo Shelvey       ราคา      5,129,000   ปอนด์
Stewart Downing   ราคา     5,104,000   ปอนด์
Fabio Borini          ราคา     1,584,000   ปอนด์  (ให้ยืม)
ซื้อนักเตะ
*Kolo Touré            ฟรี
Luis Alberto           ราคา     7,040,000   ปอนด์
Iago Aspas             ราคา     7,920,000   ปอนด์
*Simon Mignolet      ราคา    9,328,000   ปอนด์
Mamadou Sakho     ราคา   16,720,000   ปอนด์
สองกำลังสำคัญที่เข้ามาใหม่ ช่วยยกระดับทีมให้แข็งแกร่งขึ้นมาอย่างผิดหูผิดตา ไม่ว่าจะเป็น โคโร่ ตูเร่ หรือ
ซิมง  มิโยเร่  โดยเฉพาะรายหลังผู้รักษาประตูคนใหม่ที่เข้ามาเบียดยอดนายทวารอย่างโฆเซ เรน่า  เขาคือผู้กุมชะตาของพล
พรรคหงส์แดง  ในหลายต่อหลายครั้งที่ฝ่ายตรงข้ามบุกมา แต่ก็จะเป็นชายคนนี้ที่มักจะปฎิเสธการเป็นประตูได้ทุกครั้งไป แต่
ก่อนจะจบบทความนี้ไปอีกคนที่จะมองข้ามไม่ได้เลยนั่นก็คือ โคโร่  ตูเร่  ยอดนักเตะชาวไอวอรี โคด ปราการหลังพันแกร่งที่มา
คุมแนวหลังของลิวเวอร์พูลที่แข็งแกร่งขึ้น ใน ณ เวลานี้ ลิเวอร์พูลขึ้นมาอยู่อันดับ 4 นับได้ว่าไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง จึงขอสรุป
สั้นๆได้ว่า การเสริมคราวนี้ไม่คุ้มในเชิงคุณภาพ แต่คุ้มในเป้าหมาย

สกู๊ป 2014 ครึ่งฤดูกาลใครเจ๋งใครพัง อันดับ 5                           สกู๊ป 2014 ครึ่งฤดูกาลใครเจ๋งใครพัง อันดับ 3