แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กลยุทธ์ทางธุรกิจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กลยุทธ์ทางธุรกิจ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2557

การซื้อตัวในเกม Top Eleven


                         สวัสดีครับ พ่อ แม่ พี่ น้อง ชาว FMbusinesszone สำหรับวันนี้ต้องขอนอกเรื่อง Football mananger อีกสักวันนะครับ บทความในวันนี้จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเกม Top Eleven ที่เคยได้แนะนำไปในบทความก่อนหน้านี้ แนะนำเกมแนวผู้จัดการทีมฟุตบอล Top Eleven  ซึ่งเป็นเกมออนไลน์ สไตล์เมเนเจอร์ที่สนุก ไม่น้อยเล่นกันจนติดงอมแงม

                      และในวันนี้นี่เอง บทความที่จะนำเสนอจากเกม Top Eleven  เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการซื้อตัวนักเตะที่ยากแสนยาก เพราะผู้คนต่างก็อยากได้ นักเตะทีเราต้องการเช่นเดียวกัน อีกทั้งเมื่อซท้อนักเตะแต่ละตัวเราต้อง Bid Token หรือจ่าย Token ไปในแต่ละครั้ง ซึ่ง Token ที่เรามีก็จำกัดน้อยนิดเสียเหลือเกิน

สำหรับวิธีการซื้อนักเตะ สิ่งที่ต้องพิจารณษมีดังต่อไปนี้

1. Token ที่เรามี

สังเกตได้จากที่มุมซ้ายมือของรูปภาพ จะเป็นวงกลมทองๆ ซึ่งถ้าเรามี Token น้อย โอกาสจะได้นักเตะที่หมายปองเราก็จะน้อยตามไปด้วย ดังนั้นสิ่งที่จะต้องพิจารณาคือ มองดูนักเตะที่ไม่มีคู่แข่ง

ภาพ นักเตะที่ไม่มีคู่แข่งแย่งซื้อ
จากภาพเป็น ภาพที่ไม่มีนักเตะแย่งซื้อนักเตะ ซึ่งเหมาะแก่การซื้อนักเตะคนนี้ โดยเราจะเสีย 1 Token ในการ Bid

ภาพชัยชนะในการซื้อนักเตะ
จากภาพ เป็นชัยชนะที่ผมซื้อนัเตะคนนี้ได้ แม้จะมีคนและเป็นนักเตะที่มีคนแย่งซื้อนักเตะเดียวกับเรา

2.ความเร่งด่วน 

ในบางครั้งบางคราว เรามีความเร่งด่วนในการซื้อนักเตะมาเสิรมทีมเช่นนักเตะตัวหลักของทีม พักยาวทั้งฤดูกาล ตัวสำรองสำหรับตำแหน่งนั้นมีไม่เพียงพอ เราจำเป็นต้องหานักเตะมาเสิรมทีม สิ่งที่แนะนำให้ทำนั่นก็คือซื้อนักเตะที่เกรดตำลงมาใช้ เช่น สามดาว สองดาว เพื่อมาเป็นกำลังสำรองสำหรับทีม

3.ดูคุณภาพนักเตะ 

การดูคุณาพนักเตะ อันดับแรกให้ดูที่ดาวของนักเตะว่า กี่ดาว

ถ้าระดับ 5 ดาวนั้นกล่าวได้เลยว่าในระดับที่เราเล่นอยู่เจ้านักเตะตัวนี้ระดับเทพแน่นอน
ถ้าระดับ 4 ดาว อาจจะเป็นนักเตะที่เล่นได้โดดเด่นในหลายๆนัดแต่ก็ทำประโยชน์ได้สูงสำหรับทีมเช่นกัน
ถ้าระดับ 3 ดาวลงไป เป็นนักเตะที่อยู่ในระดับพื้นฐานของลีก ในบางเกมอาจจะจุติกลายเป็นยอดนักเตะ แต่ในบางครั้งก็อาจจะเป็นบ่อขี้ สำหรับเกม Top eleven กันเลยทีเดียว

นอกจากดาวแล้ว ทักษะพิเศษ ก็มีส่วนสำคัญ


ภาพจากเกม Top Eleven  นักเตะที่มีความสามารถในการยิงฟรีคิก ซึ่งในบางเกมการยิงฟริคิกอาจจะเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ แม้ในวินาทีสุดท้าย 
 ภาพจากเกม Top Eleven นักเตะคนนี้มีความสามารถในการยิงจุดโทษ


  ภาพจากเกม Top Eleven นักเตะที่มีความสามารถในการเปิดลูกเตะมุม 
ซึ่งมีความสำคัญไม่น้อย สำหรับการทำเกมรุก
ภาพจากเกม Top Eleven  นักเตะคนนี้มีความสามารถในการสร้างสรรค์เกมรุก 
ซึ่งจะช่วยทำให้เกมรุกของทีมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โชว์ อีกครั้งสำหรับการซื้อนักเตะ ในเกม Top Eleven

วันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2557

ประโยชน์ของวิชาเศรษฐศาสตร์

 

                สวัสดีปีใหม่คร้าบ !!!!!!!!!!  แปบเดียวเองนะครับ  เราก็ข้ามปีกันมาแล้ว เป็นอย่างไรกันบ้างครับช่วงหยุดปีใหม่หลายคนก็คงจะใช้วันหยุดไปกับการชาร์ตแบตจนเต็มอิ่ม ถึงเวลานี้ทุกคนคงทยอยกลับไปทำงานของตนเองกันเเล้ว เริ่มต้นปีใหม่อย่างสดใส พร้อมจะรับมือกับความสุขที่จะถาโถมมาตลอดทั้งปี  สวัสดีปี 2557 แม้วันเวลาจะผ่านไปสักเท่าไหร่ แต่สิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนคือที่แห่งนี้จะเสนอความรู้ดีๆ แก่ผู้อ่านทุกท่านนะครับ และบทความแรกแห่งปี 2557 นี้ขอเสนอ”ประโยชน์ของวิชาเศรษฐศาสตร์” ซึ่งจะเป็นอย่างไรลองติดตามดูครับ

ประโยชน์ของวิชาเศรษฐศาสตร์ มีดังต่อไปนี้ 

1. ฐานะประชาชน  ทำให้เราซึ่งอยู่ในฐานะประชาชนของประเทศมีความเข้าใจปัญหาทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น ว่ามันเกิดจากอะไร สาเหตุอะไร ตัวอย่างเช่น สาเหตุที่น้ำมันปาล์มราคาขึ่น เพราะของมันขาดตลาดผลิตออกมาไม่ทัน หรือหากคิดในแง่มุมหนึ่งคือ มีการกักตุนสินค้าเพื่อขยับราคา เมื่อเราเรียนเศรษฐศาสตร์ก็ทำให้เราเข้าใจมากยิ่งขึ้นรู่เท่าทันเหตุการณ์นั่นเองนอกจากนี้ยังสามารถเข้าใจถึงนโยบายของรัฐบาลที่ออกนโยบายต่างๆ เช่น การรับจำนำข้าว การขึ้นภาษีสุรา การจำกัดการนำเข้าสินค้าบางชนิด เป็นต้น

630

ภาพจาก www.thairath.co.th

2. ฐานะผู้บริโภค ว่าด้วยวิชาเศรษฐศาสตร์เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวพันกับเรื่องการเงิน ดังนั้นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคโดยตรงก็คือ การใช้จ่ายเงิน ซึ่งวิชานี้จะช่วยให้ผู้บริโภคใช้จ่ายเงินได้อย่างคุ้มค่า สามารถเลือกซื้อของได้อย่างประหยัดที่สุด มีเงินเก็บออม ซื้อของใช้ที่สามารถทดแทนกันได้

3. ฐานะเจ้าของปัจจัยการผลิต ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของที่ดิน เจ้าของแรงงาน เจ้าของทุน และผู้ประกอบการ ทั้งหมดนั้นต้องมีความเข้าใจในด้านเศรษฐศาสตร์ด้วยกันทั้งสิ้น เพราะจะช่วยในการบริหารให้เจ้าของสิ่งต่างๆที่กล่าวมาใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งจะกล่าวถึงในเรื่องค่าเสียโอกาส ในบทความต่อๆไปครับ

20131008_mdp_03_1040x585

ภาพจาก www.pm.gc.ca

4.ฐานะผู้บริหารประเทศ ผู้นำประเทศมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรู้ในด้านเศรษฐศาสตร์เพราะว่าจะเป็นอาวุธในการต่อกรกับประเทศคู่ค้าของประเทศเราทั้งสิ้น เพราะไม่ว่าประเทศใดๆในโลกต่างต้องการตักตวงผลประโยชน์จากประเทศอื่นๆกันทั้งนั้น  นอกจากด้านการต่างประเทศแล้ว ผู้นำยังต้องนำเอาเศรษฐศาสตร์มาใช้ในการบริหารเศรษฐกิจในประเทศ ดูแลประชาชนที่ทุกร้อน กระจายรายได้ให้กับทุกครัวเรือน สร้างงาน สร้างเม็ดเงิน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ

5.ด้านประโยชน์และความมั่นคงในประเทศ นี่เป็นด้านที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง จากความคิดดั้งเดิมของผมไม่มีข้อนี้อยู่ในหัวเลยจนกระทั้งไปอ่านหนังสือหาความรู้มาเผยแพร่ต่อ ปรากฎว่าได้เเง่มุมนี้ออกมา ดังนี้ อยากที่เคยกล่าวไว้ในเรื่องของผู้บริหารประเทศที่ต้องเอาเศรษฐศาสตร์ไปต่อกรกับประเทศคู่ค้า ซึ่งต่างเข้ามาช่วงชิงผลประโยชน์ในประเทศของแทบทั้งสิ้น ดังนั้นเพื่อความมั่นคงของประเทศเราจำเป็นต้องรักษาสมบัติของประเทศเราเอาไว้ กล่าวให้เข้าใจง่ายก็คือ ประเทศเราเป็นประเทศเกษตรกรรม แต่ปรากฎว่าขายที่ดินให้กับชาวต่างชาติหมด แล้วชาวต่างชาติที่ว่าก็มาจ้างชาวนาไทยทำนา ผลก็คือข้าวไม่ได้เป็นของคนไทยอีกต่อไป เป็นต้น

                   เห็นไหมละครับ วิชาเศรฐศาสตร์ เป็นวิชาที่มีความสำคัญไม่น้อยเลยแม้จะรู้เพียงเล็กน้อยแต่ก็ช่วยให้เรามีมุมทางการใช้เงินที่กว้างขึ้น อย่างไรก็ดีก็ลองพยายามหาความรู้ติดตัวเอาไว้ อาจไม่ใช้เป็นอาวุธ แต่ก็เก็บไว้เป็นเกราะป้องกันการถูกโกงก็ดีนะครับ พบกันใหม่บทความหน้า วันนี่ลาไปแล้ว สวัสดีครับ   Smile with tongue out

          

วันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เงินฝืด-กับ-เงินเฟ้อ

                   สวัสดีครับพ่อเเม่พี่น้องชาว fmbusinesszone.blogspot.com แหม่หลังจากห่างหายไปพักใหญ่ ไม่ใช่อะไรครับ ไปเก็บตัวอ่านหนังสือสอบมา สัปดาห์นรกผ่านไปอย่างเชื่องช้าเเต่ว่ามันก็ผ่านไปแล้วครับ เอาละครับ นี่ก็ใกล้จะสิ้นปีกันแบบสุดๆแล้ว ก็เลยแวะมาอัพเดทบทความเกี่ยวกับเศรษศาสตร์ฝากแฟนคลับกันหน่อยนะครับ

                     หลายคน อาจจะเคยมีความสับสนกับคำว่าภาวะเงินฝืดกับภาวะเงินเฟ้อ แล้วบางทีบางครั้งอาจจะรู้สึกงงว่า เอ๊ะ ไอ้คำนี้แปลว่าอะไร กลายเป็นใช้ความหมายสลับกัน ในวันนี้ผมมีเทคนิคง่ายๆ เพื่อการจำและนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง

ภาวะเงินฝืด ภาษาอังกฤษกล่าวว่า Deflation

                   ลองสังเกตุคำนี้ให้ดีๆนะครับ เงินฝืด = เงินไม่ไหลลื่น = ไม่มีการใช้เงินจากผู้บริโภคนั่นเอง ส่งผลให้ระดับราคาสิ้นค้าลดลง

แล้วทำไมราคาสินค้าถึงลดลง ?

เพราะว่า เมื่อผู้บริโภคไม่เอาเงินมาใช้ซื้อของ  ของที่ขายก็ไม่มีคนซื้อ ผู้ผลิตต้องการระบายสินค้าออกจึงมีความจำเป็นต้องลดราคาเพื่อแลกกับการระบายสินค้า นั่นเองครับ

ผลเสียของสภาวะเงินฝืด คือ

สภาพคล่องการเงินในระบบย่ำแย่ ไม่มีเงินหมุนเวียนครับ โดยหากศึกษากันต่อไปจะมีหนทางแก้ไขโดยรัฐบาลต่อไปคือ การลดอัตรดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร + ลดอัตราเงินกู้เพื่อนำมาแก้ปัญหาสภาวะเงินฝืดนั่นเอง

ผลกระทบต่อชาวบ้านตาดำๆ คือ  เมื่อสินค้าขายไม่ได้ ผู้ประกอบการไม่มีกำไร จำเป็นต้องปลดพนักงานเพื่อรักษาความมั่นคงของบริษัทครับ

inflation-worry

http://westerntradition.wordpress.com

สภาวะเงินเฟ้อ ภาษาอังกฤษกล่าวว่า  Inflation

                     ลองสังเกตดีๆอีกครั้ง เงินเฟ้อ =  มีเงินเยอะมาก = ผู้คนนำเงินออกมาใช้เยอะเกินไป  ส่งผลให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าระดับราคาสินค้ามีเพิ่มมากขึ้น

แล้วทำไมราคาสินค้าถึงเพิ่มขึ้น ?

จากหลักการเรื่องเศรษฐศาสตร์ที่กล่าวถึง อุปสงค์(ความต้องการซื้อ) และ อุปทาน(ความต้องการขาย) เมื่อความต้องการซื้อมีมากขึ้นผู้ขายมีของอยู่อย่างจำกัด ก็จำเป็นต้องปรับราคาขึ้นเพื่อให้เกิดความสมดุลของ อุปสงค์และอุปทาน จากสภาวะเงินเฟ้อนั่นก็คือ การทีมีผู้ต้องการสินค้านั้นในปริมาณสูงจึงสามารถปรับราคาขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น  ใช่ช่วงน้ำมันปาล์มขาดแคลน ก็มีการปรับราคาน้ำมันปาล์มสูงขึ้น แต่มันเป็นสิ่งจำเป็นผู้บริโภคก็ต้องจำใจซื้อ

ผลเสียของสภาวะเงินเฟ้อ คือ

แน่นอน ระดับราคาสินค้าสูงขึ้นเกินความเป็นจริง อาจจะต้องมีการเข้ามาแทรกแซงจากรัฐบาล

ผู้เดือดร้อนจากเงินเฟ้อ คือ เหล่าประชาชนที่มีรายได้ประจำเดือน เพราะเงินจำนวนเท่าเดิมซื้อของได้น้อยลง ส่วนผู้ได้ประโยชน์คือ เหล่าพ่อค้า เพราะว่า ได้กำไรเพิ่มขึ้น

หากศึกษากันต่อไปวิธีการแก้ไขของรัฐบาลนั่น ก็คือ การดึงเงินออกจากระบบนั่นคือ เพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ให้ประชาชนเอาเงินไปฝากธนาคารมากขึ้น ลดประมาณการใช้จ่ายนั่นเอง แล้วราคาสินค้าจะลงมาเอง

วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ชายผู้สร้างชีวิตให้ Haier

 

                บทความชุดนี้เป็นบทความที่ส่งผ่านความคิดและความรู้จากหนังสือ “สุดยอดปรัชญาชีวิต” ของ goodluck publishing หนังสือเล่มเล็ก เพียง 138 หน้า แต่ความรู้ไม่เล็กเลยทีเดียว หากได้ลองอ่านเเล้วจะได้ทั้งความคิดของผู้บริหารระดับโลกรวมถึงมีแรงพลักดันที่ให้ ความรู้สึกว่า”คนธรรมดาอย่างเราก็ไปถึงจุดนั้นได้”  และในวันนี้เองเพื่อเป็นการแบ่งปันความคิดดีๆ จากหนังสือเล่มนั้น ผมจึงได้นำเสนอบทความนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นหนทางแก่บล๊อกเกอร์ทุกคน แม้จะไมม่ตรงกับธุรกิจของเราโดยตรงแต่อ่านไว้ก็ไม่เสียหาย

 

hair1

               ย้อนอดีตไปในปี 1894 จาง รุ่ย หมิน ได้เข้ารับตำแหน่งผู้บริหาของบริษัท”Haier” บริษัทอิเล็กทรอนิคของประเทศจีน ซึ่ง  ณ  ขณะนั้น ตามหนังสือกล่าวว่า เป็นตำแหน่งที่ไม่มีใครต้องการ เพราะบริษัท ถูกประเมินว่า เป็นบริษัทที่มีคุณภาพต่ำ พนักงานขาดระเบียบวินัย  สินค้าไม่มีคุณภาพ บริษัทใกล้ล้มละลาย

แต่ทว่า ตำนานกำลังเริ่มต้นต่อจากนี้

จาง รุ่ย หมิน ได้กล่าวให้โอวาทแก่พนักงานในวันเข้ารับต่ำแหน่งว่า “สินค้าของเขาจะไม่มีเกรด a,b,c,d จะมีเพียงคุณภาพ ที่ผ่านเกณฑ์หรือไม่ผ่านเกณฑ์เท่านั้น” เขาได้ทำลายตู้เย็น Haier ที่ไม่มีคุณภาพ 76 ตู้ในวันนั้น และกล่าวกับพนักงานที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกันว่า

“พวกเราจะต้องทำตู้เย็นไฮเอร์ที่ได้รับการดูถูกมาตลอด เป็นยี่ห้อของจีนที่มคุณภาพต่ำ ให้กลายมาเป็นสินค้าคุณภาพระดับสากลให้ได้.”

กลยุทธ์ OEC

            กลยุทธ์แรกที่เขานำมาจัดการกับพนักงานที่ทำงานไปวันๆ ก็คือ โออีซี(OEC) over-all every control and clear กล่าวคือหนักงานทุกคนมีสิทธิ์ตรวจสอบในทุกขั้นตอนการผลิต โดยมีหลักการ ซู่โฉว-ซู่เผย คือ พนักงานคนใดทำดีจะได้รับการตอบแทน พนักงานคนใดทำพลาดจะต้องชดใช้ โดยพนักงานที่ได้รับงานต่อจากคนก่อนหน้าจะต้องตรวจสอบความถูกต้องให้เรียบร้อยเสียก่อน หากมีงานเสียก่อนหน้าให้แจ้ง โดยพนักงานคนใดที่ทำพลาดในการผลิตจะต้องโดนตัดเงินเดือน 20 เปอร์เซนต์ รวมถึง หัวหน้าก็ต้องโดนหักเงินเดือน 80 เปอร์เซนต์ การยึดหลักนี้ทำให้หนักงานต่างเกิดความกระตือรือร้นในการทำงานตรวจสอบซึ่งกันและกัน จนเกิดผลผลิตที่มีคุณภาพสู่ท้องตลาด

กลยุทธ์ การยอมรับจากตลาดบน

            กลยุท์ต่อมาหลังจากพัฒนาพนักงานให้เกิดการตรวจสอบ แข่งขัน จนได้สินค้าคุณภาพดีออกมาจากโรงงานแล้วนั้น สิ่งต่อมาก็คือ การหาตลาดรองรับสินค้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย อย่างที่ทราบกันดีคือ บริษัท Haier ติดอยู่ใน Blacklist บริษัทไร้คุณภาพ  เขาจึงคิดว่าควรจะสร้างการยอมรับจากตลาดบนก่อนแล้วค่อยลงมายังตลาดล่าง โดยแผนงานที่ดำเนินไปคือ ไปลงทุนใน สหรัฐอเมริกา มีโรงงานอยู่ เซาท์แคโรไรนา งานออกแบบที่ลอสเองเจลลิส และ มีศูนย์จำหน่ายสินค้าที่นิวยอร์ค ซึ่งเหตุจากการณ์ผลิตในอเมริกานี่เอง ทำให้ได้ตราประทับเป็น Made in America ซึ่งจำหน่ายสินค้ากินผู้คนระดับพรีเมียม ซึ่งภายหลังจากการยอมรับตลาดบนเเล้ว พอคนจดจำชื่อแบรด์ได้ ตลาดล่างก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อ

กลยุทธ์ Just-in-time Purchasing

            จัดทำสินค้าให้พอดีกับการสั่งสินค้า เพื่อลดปริมาณการผลิตส่วนเกินที่จะเหลือคงคลังน้อยที่สุดให้สต๊อกเป็นศูนย์ สิ่งดีที่ได้ตามมาคือการ ไม่ต้องมีโกดังในการจัดเก็บสินค้า สิ่งที่จะทำให้กลยุทธ์แบบนี้ประสบความสำเร็จลุล่วงก็คือ การคาดคะเนการขายสินค้า,การตลาด,การผลิต,การขนส่ง และการเจรจากับคู่การค้า 

และนี่เองก็เป็น กลยุทธ์ที่น่าสนใจเพียงส่วนหนึ่งของ จาง รุ่ย หมิงกับ ไฮเออร์ ในที่สุดเมื่อวันเวลาผ่านไป คนให้การยอมรับบริษัทไฮเออร์ก็ประสบความสำเร็จอย่างที่เห็นในปัจจุบัน     หวังว่าบทความนี้จะสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับผู้อ่านทุกท่านในการสร้างสรรค์พลังใหม่ๆแก่ธุรกิจของไทยนะครับ